http://www.nongninekidshop.com
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 11/01/2014 
 ปรับปรุงร้าน 24/05/2017 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 57,934 
 สินค้าทั้งหมด
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (2)
  เสื้อแขนสั้น-แขนยาว
  กางเกงขาสั้น-ขายาว
  ชุดเด็กชาย
  ชุดเด็กหญิง
  บอดี้สูท-ชุดหมี
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  Track&Trace
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
  Poll
By Result
 Link
  Weloveshopping.com
  ลงประกาศฟรี target=_blank>ลงประกาศฟรี
  เที่ยวจังหวัดกระบี่ target=_blank>เที่ยวกระบี่ี่
  โปรโมทเว็บฟรี target=_blank>โปรโมทเว็บฟรี
  จำหน่ายเมล็ดเชีย target=_blank> เมล็ดเชีย เมล็ดเจีย จำหน่ายเม
  แฟรนไชส์ target=_blank>72c3bkj6aus7
  ประกาศฟรี target=_blank>ประกาศฟรี
  รับทําเว็บไซต์ target=_blank>รับทำเว็บไซต์
     บทความน่าสนใจ
รูปประกอบ: 
หัวเรื่อง:    ลูก...อยู่ในสายตาตลอดเวลาหรือไม่
บทความ:   

ลูก...อยู่ในสายตาตลอดเวลาหรือไม่


 
            เชื่อว่าคุณแม่ส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย เพราะรู้ดีว่าเป็นไปได้ยากที่จะให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อต้องก้าวไปสู่รั้วโรงเรียน ทำให้ลูกมีสังคมเป็นของตัวเอง มีเพื่อน มีคุณครู มีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่นี่

 
            เพราะความที่ลูกไม่ได้อยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอด ย่อมทำให้พ่อแม่รู้สึกกังวลเป็นห่วงไปสารพัดว่าลูกอาจได้รับภัยเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งได้เห็น ได้รับรู้ ได้ฟังข่าวเด็กหาย เด็กหลงทาง เด็กได้รับอุบัติเหตุจมน้ำ รถชน พลัดตกตึก หรืออื่น ๆ ยิ่งรู้สึกเป็นทุกข์ แต่จะให้ใช้วิธีสวมบทเป็นบอดี้การ์ด คอยระวังภัยให้ลูกเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ได้อีก

 
 แล้วจะทำอย่างไร...เมื่อลูกอยู่นอกสายตา ?

 
            ต้องฝึกให้ดี...ยามเมื่อเผชิญคนแปลกหน้า

 
            ฝึกทักษะชีวิตให้ลูกรู้จักป้องกันตัวเองให้ได้ โดยพูดสั่งสอนย้ำวิธีแก้ปัญหาถ้าเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เช่น

 
            ถ้าคนแปลกหน้าบอกพ่อแม่ได้รับบาดเจ็บให้มารับแทน ห้ามลูกเชื่อหรือไปกับเขาเด็ดขาด แต่ควรไปหาครู เล่าให้ฟัง ถ้าอยู่ข้างนอกให้รีบไปรวมกลุ่มกับคนอื่น แล้วโทรเช็คกับพ่อแม่ทันที

 
            ถ้าคนแปลกหน้าเดินหรือขับรถตาม บอกให้ลูกเดินหนี ถ้าเขาเรียกให้หยุด ห้ามหยุดพูดคุยโต้ตอบ แต่ให้หาบ้านที่มีคนอยู่แถวนั้น แล้วเดินเข้าไปเลย บอกเขาว่าลูกเจอเหตุการณ์อะไร แล้วขอให้ช่วยโทรแจ้งตำรวจด้วย

 
            ถ้าคนแปลกหน้าจับเนื้อต้องตัว ต้องให้ลูกปฏิเสธเด็ดขาด และร้องดัง ๆ แล้วรีบวิ่งหนีทันที โดยไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท แต่ต้องสอนให้รู้ว่าลูกมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ใครจับ โดยเฉพาะในส่วนลับใครจะมาจับหรือขอดูไม่ได้

 
 อุบัติภัยใด ๆ .. ฝึกให้รู้จักระวัง

 
            โดยเฉพาะอุบัติเหตุรถรา เช่น สอนให้ลูกรู้จักขึ้น-ลงรถให้ดี โดยให้รถจอดสนิทก่อน อย่าเล่นซนในรถ สอนให้ลูกข้ามถนนในที่ปลอดภัย เช่น ข้ามสะพานลอย ข้ามทางม้าลาย โดยไม่ข้ามทันที แต่ให้มองซ้ายมองขวาก่อน แล้วข้ามให้เร็ว แต่อย่าวิ่ง เพราะอาจทำให้รถเบรกไม่ทัน ไม่ควรข้ามถนนตรงหัวโค้ง มุมถนนที่มองไม่เห็นรถ หรือถ้าลูกต้องรอพ่อแม่มารับที่ริมถนนให้ยืนรอบนบาทวิถี ห้ามลงไปบนถนน ลูกอาจถูกรถชนได้

 
 ตั้งโจทย์...ฝึกลูกแก้ไขปัญหาล่วงหน้า

 
            พ่อแม่หมั่นตั้งคำถามให้ลูกรู้จักแก้ปัญหา เช่น ถ้าลูกหลงทางกับพ่อแม่ กับเพื่อน กับคุณครูที่โรงเรียนลูกจะทำอย่างไร เพื่อกระตุ้นให้ลูกคิด แล้วค่อยบอกให้ลูกรู้วิธีแก้ไข พ่อแม่ต้องบอกลูกว่าต้องตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ อย่าร้องให้ อย่าหวาดกลัว เพราะจะทำให้คิดไม่ออก อาจเล่นเป็นเกมจำลองสถานการณ์ภัยต่าง ๆ การเล่าข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ ให้ฟัง ซึ่งจะช่วยเตรียมตัวลูกให้ตัดสินใจได้เร็ว ทำให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นตามมาได้

 
 สนามเด็กเล่น...ฝึกเล่นแบบระวัง

 
            เด็กวัย 5-9 ปี มักได้รับอุบัติเหตุจากสนามเด็กเล่นมากที่สุด โดยเฉพาะบาร์ห้อยโหนที่สูงเกินไปหรือพื้นเป็นปูนคอนกรีตยางมะตอยที่แข็งเกิน พ่อแม่ คุณครูหรือผู้ปกครองจึงต้องอยู่ดูแลเด็ก สอนให้เด็กรู้จักเล่นอย่างระวัง พร้อมตรวจชิ้นส่วนว่าแข็งแรงดีไหม ชำรุดเสียหายหรือไม่ ดูว่ารอบ ๆ มีเศษแก้ว เหล็กแหลม ขวด กระป๋อง พื้นแข็งไปหรือไม่ ซึ่งพื้นที่ปลอดภัยควรปูด้วยทราย หญ้า ฟาง กรวด สนามเด็กเล่นอยู่กลางแจ้งมากไปหรือไม่ เพราะทำให้ผิวไหม้ เป็นอันตรายได้ด้วยค่ะ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:   
ผู้ลงบทความ:    เจ้าของร้าน
 
By nongnine
Copyright 2004 Weloveshopping.com All rights reserved.